สเก็นเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับงานยก ดึง รั้ง หรือเชื่อมต่อสลิง โซ่ และอุปกรณ์ยกต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถรับแรงได้อย่างปลอดภัย การเลือกใช้สเก็นให้เหมาะสมกับลักษณะงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงต่อการหลุด หลวม หรือเสียหายระหว่างใช้งาน
สเก็นที่นิยมใช้มี 3 ประเภทหลัก ได้แก่

สเก็นโอเมก้า (Bow Shackle)
เหมาะกับงานที่ต้องการรองรับแรงจากหลายทิศทาง โดยเฉพาะสถานการณ์ที่มีการขยับหรือเปลี่ยนมุมของสลิงระหว่างยก การออกแบบแบบโค้งช่วยให้รับแรงแบบกระจายได้ดี ป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ยก และเพิ่มเสถียรภาพในงานที่มีการเคลื่อนไหวของโหลด
ใช้เมื่อต้องการความยืดหยุ่นของมุมการยก และต้องการลดแรงกดและแรงบิดต่อสลิง
สเก็นยู (Dee / D-Shackle)
เหมาะสำหรับระบบที่เน้นการรับแรงในแนวเส้นตรงเพียงทิศทางเดียว ให้การถ่ายแรงอย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคง เหมาะกับการใช้งานในระบบโครงสร้าง หรืออุปกรณ์ที่มีตำแหน่งยึดคงที่ ไม่เปลี่ยนทิศทางโหลดบ่อย
เลือกใช้เมื่องานต้องการความมั่นคงของแรงดึงตรง และไม่มีการเปลี่ยนทิศทางของสายยก
สเก็นโอเมก้ามีปริ้นท์ (Bow Shackle with Pin / Bolt Type Bow Shackle)
สเก็นโอเมก้ามีปริ้นท์เป็นสเก็นแบบโอเมก้าที่เพิ่มระบบล็อกสลักแบบน็อตและปิ้นท์ (Cotter Pin) เพื่อป้องกันไม่ให้สลักคลายตัวระหว่างการใช้งาน เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง งานที่มีแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง หรือจุดที่ไม่สามารถตรวจสอบความแน่นของสลักได้บ่อย
การออกแบบแบบมีปริ้นท์ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสเก็นจะไม่หลุดหรือคลายตัวเอง ทำให้เหมาะกับงานยกอุตสาหกรรมที่ต้องการความเสถียร เช่น งานยกเครื่องจักร งานก่อสร้าง งานเครนถาวร และระบบร้อยอุปกรณ์ที่ใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
ระบบล็อกสองชั้น (สลัก + น็อต + ปิ้นท์) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในงานยกที่สำคัญ


